งานวิจัยมะเร็งเต้านม
 

งานวิจัยมะเร็งเต้านม


งานวิจัยชี้ตรวจมะเร็งเต้านม ด้วยแมมโมแกรมช่วยผลการรักษาได้ดีกว่า
 
          อ้างถึงบท ความในวารสารของแพทย์สมาคมแห่งสหรัฐอเมริกา ฉบับเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา คณะนักวิจัยจากฟินแลนด์กล่าวว่า ปกติแล้วเวลาวินิจฉัยมะเร็งและออกแบบการรักษานั้น แพทย์จะพิจารณาจากระยะที่เป็นว่ามะเร็งนั้นได้แพร่ไปที่ต่อมน้ำเหลืองในร่าง กายแล้วหรือไม่ รวมทั้งดูจากขนาดก้อนมะเร็ง ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือโปรเจสเตอโรน รวมทั้งอายุของคนที่เป็นประกอบกันจึงจะตัดสินว่าควรจะรักษาโดยวิธีไหน แต่จากงานวิจัยของคณะวิจัยนี้ ได้เสนอข้อสังเกตที่ว่า การตรวจแมมโมแกรมได้มีส่วนช่วยเป็นเครื่องมือให้แพทย์ทำนายการเกิดมะเร็งได้ ดีกว่าวิธีอื่นๆ และช่วยให้แพทย์ออกแบบวิธีการรักษาได้แม่นยำขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับคนที่เป็นได้มากขึ้นเป็นสิบปี โดยเฉพาะหากตรวจพบแต่เนิ่นๆ ก่อนระยะที่มะเร็งจะลุกลาม

ในการศึกษาที่ทำกับผู้หญิงชาวฟินแลนด์ 2,842 คน ที่วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระหว่างปี ค.ศ. 1991 – 1992 เปรียบเทียบผลการรักษาระหว่างคนที่ได้รับการตรวจด้วยแมมโมแกรม กับคนที่ตรวจด้วยวิธีอื่น และติดตามผลไปประมาณ 9 ปีครึ่ง โดยที่แต่ละคนมีลักษณะของก้อนมะเร็งต่างๆ กัน
ผลสรุปออกมาได้ว่าคนที่ไม่ได้รับการตรวจด้วยแมมโมแกรมนั้นมีโอกาสเสี่ยงใน การกลับมาเกิดมะเร็งซ้ำมากเป็น 2 เท่าของคนที่ตรวจด้วยแมมโมแกรม ขณะที่คนที่มีขนาดก้อนมะเร็งที่ใหญ่กว่า ( 11 – 30 มม. ) ที่ตรวจพบโดยแมมโมแกรม จะมีอัตราการรอดชีวิตพอๆ กับคนที่มีก้อนมะเร็งขนาดเล็กกว่า ( < 10 มม. ) ที่ตรวจพบโดยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ใช่แมมโมแกรม ( หมายถึง แม้ก้อนมะเร็งจะขนาดใหญ่กว่า แต่ผลการรักษาดีกว่า  เมื่อมี แมมโมแกรมเป็นเครื่องมือช่วยตรวจ ) ก่อนจะมาสรุปผลแบบนี้
ทางทีมวิจัยได้แยกแยะพิจารณาถึงปัจจัยประกอบที่เป็นตัวแปรอื่นๆ อย่างละเอียดแล้ว อย่างเช่นเรื่องของขนาดก้อนมะเร็งที่เป็น  ระยะการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง    ซึ่งผลที่ออกมามีข้อบ่งชี้ให้เห็นว่าการตรวจด้วยแมมโมแกรมนั้นช่วยให้การ รักษามะเร็งได้ผลดีกว่าวิธีอื่น แม้เรื่องการตรวจหามะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่จากการวิจัยนี้ก็คงพอจะย้ำความเชื่อมั่นให้กับการตรวจได้บ้าง และกระตุ้นเตือนให้ผู้หญิงเข้ารับการตรวจมะเร็งเต้านมสม่ำเสมอตั้งแต่วันนี้ ทั้งนี้สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ( American Cancer Society ) ได้แนะนำระยะการตรวจสำหรับผู้หญิงแต่ละช่วงวัยไว้ดังนี้

 

อายุ 20 – 39 ปี
ควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองทุก เดือน / ตรวจด้วยแมมโมแกรมทุกๆ 3 ปี
อายุ 40 – 49 ปี
ควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน / ตรวจทางคลินิก และตรวจด้วย แมมโมแกรมทุกปี
อายุ 50 – 69 ป
ควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน / ตรวจทางคลินิกโดยผู้เชี่ยวชาญพิเศษ และตรวจด้วยแมมโมแกรมทุกปี
อายุมากกว่า 70 ปี
ควรตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน / ตรวจทางคลินิก และตรวจด้วย แมมโมแกรมทุกปี
  ที่มาของ ข้อมูลจากหนังสือ Health Today ปีที่ 5 ฉบับที่ 49  เมษายน 2545